นายแทม ดอทคอม
นายแทม ดอทคอม
นายแทม สรรสาระบทความ
นายแทมชวนหาเงินออนไลน์ ›› เพิ่มยอดขายกระจายยอดคลิ๊ก

ไปรษณีย์ไทย ส่งอะไรก็พังพินาศ

 วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2558 เวลา 11:07 น.

"เมื่อพิจารณาจริง ๆ แล้ว จุดเริ่มต้นของปัญหาส่วนใหญ่ (ที่เมื่อมันเกิดขึ้น) จากกระบวนการของไปรษณีย์ไทย ในแง่การซื้อขายออนไลน์ มันมักจะมีจุดเริ่มจากผู้ซื้อครับ โดยมีผู้ขายเป็นส่วนผสมให้เกิดความผิดพลาด และ มีไปรษณีย์ไทยเป็นผู้ซ้ำให้ความผิดพลาดนั้นรุนแรงขึ้น" - นายแทม

ดรามา "ไปรษณีย์ไทย ส่งอะไรก็พังพินาศ"

จากเรื่องราวที่เป็นข่าวล่าสุดผลงานส่งพัสดุไปรษณีย์ไทย ที่ส่งอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ แล้วถึงผู้รับ ด้วยสภาพ หน้าจออุปกรณ์แตก เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา

โดยผู้เสียหายได้โพสต์คลิปวีดีโอขึ้น YouTube และเว็บไซต์ Thaimarketing ได้นำเสนอเรื่องราว ที่ลิงค์ https://thaimarketing.in.th/2015/04/11/drama-drawer-thai-post/

ผมขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียหายด้วยอย่างมาก และต้องมีการสอบสวนหาสาเหตุ และ หาแนวทางชดใช้กันต่อไป ก็หวังว่า จะพบสาเหตุ และ ได้รับการชดใช้ (จากผู้ขาย หรือ ไปรษณีย์ไทย) นะครับ

แต่สิ่งที่ผมจะเขียนบทความแบบรวดเร็วในตอนนี้ คือ การตั้งคำถามว่า "ไปรษณีย์ไทย ส่งอะไร มันก็พังพินาศไปหมด จริงหรือ ?" ผ่านประสบการณ์ขายของออนไลน์ (และซื้อออนไลน์) มานานกว่า 12 ปี

ผมมองผ่าน 2 มุม ดังนี้ครับ

(1) มุมผู้ซื้อ คือ ผมไปซื้อของออนไลน์ต่างประเทศจาก eBay , Amazon , Alibaba และ ในประเทศ ก็ Lazada , Zalora และ ผู้ขายรายย่อยตาม Weloveshopping สิ่งที่ผมต้องทำก่อนการซื้อ คือ

- ตรวจสอบความเห็นต่อผู้ขายจากผู้ซื้อก่อนหน้า ซึ่งเชื่อถือได้มาก เพราะถ้าผู้ซื้อเขียนใส่ร้ายผู้ขายแบบไม่เป็นจริง ผู้ขายแม้จะลบความเห็นนั้นเองไม่ได้ แต่สามารถปฏิเสธการขายในอนาคตเป็นรายบุคคล (หรือ ทั้งประเทศนั้นเลยก็ได้) และ ยังส่งเรื่องให้ทาง eBay ตรวจสอบได้ และ ผู้ซื้อหลายคนก็โดน eBay ยกเลิกบัญชีไป เพราะเขียนความเห็นไม่เป็นจริง

- ในกรณีสินค้าแตกหักง่าย (ผมเคยสั่งอุปกรณ์ทันตกรรม , มือถือ , นาฬิกา) ผมจะอีเมล์สอบถาม ผู้ขายเรื่องการหุ้มห่อ และ ราคาหุ้มห่อที่จะคิดเพิ่มมีหรือไม่ ? แล้วให้เขาอีเมล์มาเป็นหลักฐาน

- ถ้าตกลงกันได้เรื่องการหุ้มห่อ ผมก็ซื้อครับ สำหรับต่างประเทศผมใช้ Paypal จ่าย ทั้ง eBay , Amazon มีการรับประกันสินค้าแตกหักชำรุดด้วย ตัว Paypal ก็มีนโยบายนี้เช่นกันครับ , สำหรับในประเทศ Lazada เขามีทางเลือกในการมาส่งถึงบ้าน ชำระเงินปลายทาง ผมไม่เคยให้พนักงานกลับก่อนครับ ผมบังคับให้รอผมแกะกล่องให้เสร็จ "จึงจะเซ็นต์รับของ" (แต่ก็ทำอย่างรวดเร็ว และตรวจคร่าว ๆ) แต่แม้จะผิดพลาดภายหลัง ผมก็ส่งกลับคืนและขอคืนเงินได้อยู่ดีครับ

 

(2) มุมผู้ขาย คือ ผมขายของให้เขานั่นแหละครับ สินค้าที่มีราคาสูง แตกหักง่าย เสี่ยงต่อการหาย ผมก็ขายมาหลายอย่างครับ

ถ้าผมต้องขายสินค้าพวกนี้ ผมจะตรวจสอบประวัติผู้ซื้อก่อนเลยครับ ตรวจเท่าที่จะมีช่องทางให้ตรวจ ถ้ามีข้อมูลชัดเจน ผมก็จะตัดสินใจว่า ขายให้ หรือ ไม่ขายให้ แต่ถ้าไม่ชัดเจน ผมจะชั่งใจก่อนครับ ถ้าตัดสินใจขาย ผมก็จะเสี่ยงดวงแบบเสี่ยงน้อยที่สุด โดยมีหลักฐานที่ตรวจสอบได้ เป็นยันต์กันพลาดครับ

 

ขอกลับมาประเด็นดรามาข้างบนนะครับ ผมไม่มีข้อมูลในส่วนผู้ซื้อ (ที่เป็นผู้เสียหาย) ว่า ซื้อจากที่ไหน , ตรวจสอบผู้ขาย และ เจรจากันเรื่องการหุ้มห่อก่อนขนส่งมาก่อนหรือไม่

ดังนั้น ผมจะขอวิเคราะห์ว่า ผมเป็นผู้ขาย และ นี่คือ ขั้นตอนของการขายและจัดส่งสินค้า ผ่าน ปณท. ของผมครับ

(1) ตรวจสอบหาประวัติผู้ซื้อก่อน ถ้าพบดรามา หรือ เสี่ยงต่ออะไรก็แล้วแต่ ผมจะไม่ขายให้ครับ (ตรงนี้ไม่ใช่ความผิดผู้ซื้อนะครับ แต่กำลังสะท้อนว่า เส้นทางขนส่งของ ปณ. ต้นทาง ไปยัง ปณ. ปลายทางนำจ่ายนั้น มีปัญหาแล้วหละ มีช่วงหนึ่งผมยกเลิกขายของให้ลูกค้าจังหวัดหนึ่งในภาคใต้เลย เพราะ ปณท. ไปว่าจ้าง เอกชนเป็นผู้ส่งอีกที)

(2) ผู้ขาย (ก็คือผม) ทำผิดแต่แรกแล้วครับ เพราะ ปณท. เขาแจ้งกฏสิ่งของ "ห้าม" ส่งไว้แล้ว ทั้งในรูปคำแนะนำ / ประกาศ และ พวกสิ่งของที่เป็นกระจก เขาไม่รับส่ง ครับ

(3) แต่เอาหละ ผมอยากขาย และ คนก็อยากซื้อของแพง ๆ จากประสบการณ์ที่ส่งสิ่งของจำพวกแตกหักง่าย คือ มือถือ , อุปกรณ์แตกหักง่าย , เซรามิก ทาง ปณท. มาหลายครั้ง ส่งไปทั้งในและต่างประเทศ ผมไม่เคยพบปัญหา "แตก" ก่อนถึงมือผู้รับครับ

(4) ผมจะส่งอีเมล์เป็นหลักฐานให้ลูกค้าว่า ผมจะส่งแบบให้ลูกค้าไปรับเองที่ ปณ. เท่านั้น และ จะหุ้มห่ออย่างไร มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ลูกค้าตกลงไหม ? ถ้าไม่ตกลง ดีลขายก็จบ ผมไม่ขายให้ครับ (เงินอยากได้ แต่ได้มาแป็ปเดียว แล้วเป็นข่าวดราม่า นี่เสียหายชนิด กำไรขายของเอามาซื้อคืนไม่ได้นะครับ)

(5) การส่งแบบรับประกันซื้อเพิ่ม (ข้อนี้ผมไม่ชัวร์ แต่เลา ๆ ว่า รับประกันของสูญหายเท่านั้น ไม่รับประกันของแตกหัก สิ่งของต้องห้าม (ในที่นี้ คือ กระจก/แก้ว/อุปกรณ์ที่แตกหักง่าย) จะไม่เข้าเกณฑ์ชดใช้เพิ่ม ตามระเบียบ ปณท.)

(6) ผมเลือกใช้แต่ กล่องพัสดุของ ปณท. ซึ่งแข็งแรงกว่า กล่องบานพับ (ที่ปิดตรงกลาง) ที่มีให้ผู้ขาย เหมาซื้อทีละ 1,000 ใบ ซึ่งผมขอเมินครับ แม้ราคากล่องของ ปณท. ต่อหน่วย จะสูงกว่า  แต่เนื้อกระดาษจะหนากว่าหน่อย และ ออกแบบเป็นแบบบานสอด ผมแนะนำให้ใช้กล่องของ ปณท. เท่านั้นครับ

(7) ผมส่งอุปกรณ์แตกหักง่าย ที่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์นี้ ที่ผมเคยส่ง คือ iPad 2 โดยผมแกะ iPad 2 ออกจากกล่อง แล้วทำ ดังนี้

- ตั้งเว็บแคม (มันต้องใช้ผ่านพีซี เพราะมันต้องใช้พื้นที่เก็บมหาศาล) แล้วเริ่มบันทึกเป็นคลิปวีดีโอ ให้ดูสภาพสินค้า ตั้งแต่เริ่มแกะกล่อง เอาสินค้าออก จนจบทุกขั้นตอน แบบ Non Stop

- พันตัวเครื่องด้วย ฟิล์มห่ออาหารหลาย ๆ รอบก่อน

- พันทับด้วยเทปกาวจนทั่ว แล้วพัน Bubble โดยหันด้านปุ่มลงสัมผัสกับตัวเครื่อง

- เน้นมุมของอุปกรณ์

- พันด้วยแผ่นโฟมของ ปณท. ตัดและพันเทปกาวใสอีกรอบ

- ตัด Buble แล้วสอดลงในช่องว่างของกล่อง iPad จนแน่นเอี๊ยด

- พันกล่องของ iPad ด้วยฟิล์มห่ออาหาร และพันทับอีกครั้งด้วยเทปกาว

- รองพื้นกล่อง ปณท. ด้วยแผ่นฟิวเจอร์บอร์ด ตัดให้พอดี ทากาว ประกบลงพื้นกล่องให้แน่น

- นำกล่อง iPad วางลงบนแผ่นฟิวเจอร์บอร์ด เอาเทปกาวยึดให้กล่องติดกับแผ่นฟิวเจอร์บอร์ด

- นำ iPad 2 ที่หุ้มห่อแล้ว เซ็นต์ด้วยลายเซ็นต์ของผม ประทับตราร้านค้า แล้วพันเทปกาวใสอีกรอบ "ถ่ายคลิป (1)" ไว้เป็นหลักฐาน โดยให้เห็น ลายเซ็นต์ และ ตราประทับของร้านทุกมุมมอง

- นำ iPad 2 วางลงบนกล่อง iPad แล้วยึดด้วย "เทปกาวใส" อีกรอบเข้ากับกล่อง iPad

- โรยรอบกล่องด้วยโฟมข้าวเกรียบ (ถ้าไม่มี ก็ใช้ Bubble ตัด แล้วพับ อัดจนแน่น

- โรยทับจนโฟมข้าวเกรียบท่วมมิด (หรือ ใช้ Bubble ตัด วางทับจนหนาพอ)

- แปะทับบนสุดด้วยฟิวเจอร์บอร์ดอีกครั้ง

(8) กล่อง ปณท. เป็นแบบสลักดานสอด ให้ทากาวลาเท็กซ์ (ใส่เยอะ ๆ เลยครับ) ตรงรอยพับมุมทั้งสี่ , ฝาบน , ด้านในของสลักสอด , สลักสอด

(9) ใช้กระดาษ A4 ทากาวบาง ๆ แปะทับลงหน้ากล่อง และ ขอบข้างทั้งสี่

(10) จ่าหน้ากล่องให้ครบถ้วน ด้วยปากกาเมจิกสีดำ แต่หน้ากล่องขอบบน (เหนือชื่อผู้ส่ง) และ ขอบล่างขวา (ใต้ รหัสปณ. ผู้รับ) ใช้ ปากกาเมจิกสีแดง ล้อมกรอบเขียนว่า "แตกหักง่าย"

(11) ข้างกล่องทั้งสี่ เขียนด้วยปากกาเมจิกสีแดงว่า "อย่าโยน แตกหักง่าย"

(12) พันทับรอบกล่องด้วยเทปกาวใส 1 ชั้น ให้ทั่ว กันเลอะเลือน

(13) เซ็นต์ด้วยลายเซ็นต์ของผม ตรงสลักเปิดกล่อง และ ประทับตราร้านค้า ตรงรยตัดของกล่องซ้าย-ขวา อ๊ะ ๆ อย่าลืม ก้นกล่องครับ ประทับตราให้กระจายทั้ง 4 มุม และ ตรงกลางก้นกล่อง

(14) "ถ่ายคลิป (2)" รอบกล่องไว้ให้เห็นทุกมุมอย่างชัดเจน

(15) พันด้วยเชือกของ ปณ. ทบสามเส้น อีกครั้ง

(16) พันเทปกาวใสทับลงบนเชือกอีกครั้ง และ "ถ่ายคลิป (3)" ไว้เป็นหลักฐาน ตรงรอยตัดของเชือก

(17) หลังจากส่งเสร็จแล้ว ขอ จนท. "ถ่ายคลิป (4)" สักเล็กน้อย รอบกล่อง พร้อมให้เห็นตราไปรณียากร

(18) ส่งอีเมล์แนบไฟล์คลิปวีดีโอทั้ง 4 ให้ลูกค้า และ แจ้งลูกค้าถึงขั้นตอนที่รัดกุม ดังนี้

- ลูกค้าต้องเปิดดูคลิปทั้ง 4 จนจบ และ อีเมล์กลับมาว่า ได้รับทราบแล้ว (ไม่อีเมล์มา ผมก็โทรตามหละครับ)

- ลูกค้าเตรียมมือถือ และ อุปกรณ์แกะกล่องไปด้วย

- กฏใหม่ของ ปณท. คือ ต้องเซ็นต์รับของก่อน จึงจะแกะกล่องได้ ดังนั้น ลูกค้าต้องแจ้ง จนท. ว่า ขอแกะกล่องต่อหน้า จนท. ให้เป็นพยาน

- ให้ตรวจสอบรอบกล่อง ก่อนเซ็นต์รับ (ยังไม่แกะ) ว่า "ลายเซ็นต์ , ตราประทับ , ตำแหน่งเชือก" อยู่ที่เดิม และ "ไม่มีรอยตัด" ทุกอย่างสมบูรณ์เหมือนในคลิปทุกประการ ถ้าเหมือนกัน จึงเซ็นต์รับ ถ้าไม่เหมือน ให้ปฏิเสธการรับ และ ถ่ายคลิปกล่องที่ผิดปกติไว้เป็นหลักฐาน

ทำไมลายเซ็นต์มันช่วยได้ ? เพราะเทปกาวเมื่อถูกแกะออก / กรีดตัด โดยมิจฉาชีพในระหว่างการขนส่งโดย ปณท. (ใน ปณท. เคยมีมิจฉาชีพนะครับ ผมเคยได้ยินมา) มันจะไม่มีวันเหมือนเดิม ทั้งรอยยับ ตำแหน่งของหมึก ลายเส้น ทุกอย่างจะมีจุดเพี้ยนครับ ซึ่งคลิปทั้ง 4 (และคลิปเต็มตอนแพคของ) ก็ปกป้องผู้ขายจากข้อกล่าวหาว่า แกล้งแพคของ แล้วแอบแกะกล่อง เอาของแตก มาใส่ แล้วตีเนียนว่า ผู้ขายไม่ได้โกงนะ (ซึ่ง ปณ. มักจะใช้จุดนี้ แจ้งผู้รับว่า เฮ้ย คนขายมันเอาของแตก ของปลอม มาใส่ลงกล่องก่อนส่งหรือเปล่า)
 

ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลานานมากพอสมควร และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มนิดหน่อย แต่ลดโอกาสของแตกหัก ระหว่างการขนส่งได้มากขึ้นกว่าปกติ และ ผมจะทำแบบนี้เฉพาะสิ่งของที่แตกหักง่าย , มีมูลค่าสูง ซึ่งเมื่อหลุดจากมือผู้ขายที่ทำมาหากินสุจริตไปแล้ว "อะไรก็เกิดขึ้นได้" ครับ

เช่น

- ผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการขนส่งของ ปณท. เป็นผู้ขโมย , ทำแตกหักระหว่างการขนส่ง ทั้งตั้งใจ (เช่น โยน , ถีบ ฯลฯ) หรือ ไม่ตั้งใจ (เช่น แรงกระแทกจากสภาพอากาศระหว่างการขนส่ง , จากการขนส่งทางบก ฯลฯ)

- ผู้รับทำเสียหายเอง หลังจากออกจาก ปณ. (หรือ รับของที่บ้าน) ได้ไม่นาน แล้วถ่ายคลิปทำเป็นหลักฐานว่าของเสียหายก่อนถึงมือ เพื่อจะหาทางเคลมเงินคืนจาก ปณท. หรือ ผู้ขาย

- ผู้รับเห็นจุดอ่อนของการขนส่งของ ปณท. เลยเกิดกระบวนการมิจฉาชีพ เพื่อหาทางเคลมเงินคืนจาก ปณท. (แต่จะทำไปทำไม เพราะของก็ต้องพังจริง ๆ จึงจะเป็นเรื่อง เป็นราวได้ เสียทั้งเวลา และ เงิน .. ข้อนี้ผมจึงเขียนไว้แบบสันนิษฐาน)

- ปณท. มีจุดอ่อนเรื่องการไม่สามารถตรวจสอบสิ่งของในกล่องได้ก่อนการส่ง , ระหว่างขนส่ง , ก่อนนำจ่ายได้

 

สิ่งของแตกหักง่าย พวกนี้ ไม่ใช่ว่า อัดแน่น หุ้มห่อดี แล้วจะไม่แตกนะครับ มันยังมีโอกาสแตกได้

แต่อย่างไรก็ตาม มันขึ้นกับลักษณะของสินค้าด้วยครับ สินค้าพวกจอคอมพิวเตอร์ , สมาร์ทโฟน , อิเลคโทรนิกส์ ผมคิดว่า ผู้ผลิตอุปกรณ์แทบจะไม่เว้นช่องว่าง ให้เกิดการกระเพื่อม เมื่อมีการสั่น (สั่นจนแตก) จนแตกง่ายดายเหมือน เราผลักบานหน้าต่างกระจกหน้าต่างแบบผลักออก แล้วให้ไปกระทบ ผนังตึกแรง ๆ รอบเดียว กระจกแตกทั้งบานเลย ทั้งที่กระจกไม่ได้สัมผัสกับตัวผนังตึกเลย

 

บทสรุป

ผู้ซื้อสุจริตชน ที่คิดจะซื้อสินค้าพวกแตกหักง่าย และ มีมูลค่าสูง ก็ต้องตรวจสอบประวัติผู้ขายก่อนครับ เจรจากับผู้ขาย เรื่องการหุ้มห่อ ว่า ผู้ขายจะห่ออย่างไร คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มไหม รวมถึงการรับประกัน หากสินค้าแตกหัก ก่อนถึงมือผู้ซื้อจะรับผิดชอบอย่างไร

ผู้ขายที่ทำมาหากินสุจริต ก็ต้องตระหนักว่า สินค้าพวกนี้ มันสามารถทำลายชื่อเสียงผู้ขายได้ทันที ถ้ามันแตกหักก่อนถึงมือผู้ซื้อ จงรอบคอบในการหุ้มห่อ สำหรับการจัดส่ง "เสียเวลาเพิ่มอีกนิด เสียเงินเพิ่มอีกหน่อย" ผู้ขายจะได้ใจลูกค้าทันที หากสินค้าถึงมือลูกค้าในสภาพสมบูรณ์ "หนึ่งเสียงของลูกค้าที่ปากต่อปากว่า ผู้ขายส่งของจริง แพคของดี" มีน้ำหนักมากว่า โฆษณาที่คุณซื้อผ่าน Facebook อีกนะครับ และ เตรียมวิธีการแก้ไขในกรณีที่คุณทำดีที่สุดแล้ว แต่สินค้ามันแตกหักก่อนถึงมือผู้ซื้อไว้ด้วย ก็จะช่วยให้ ชื่อเสีย ของผู้ขายลดน้อยลงนะครับ

ตั้งแต่ผมขายของออนไลน์มา มีข้อผิดพลาดอยู่ 3 กรณี คือ
(1) ผมจ่าที่อยู่ถูกต้อง แต่ ปณ. นำส่งผิดบ้าน
(2) ลูกค้าไม่ไปเอาของที่ ปณ. ภายในเวลากำหนด
(3) ลูกค้าแจ้งที่อยู่ผิด
 

ส่วนสินค้ามูลค่าสูง / แตกหักง่าย ผมยังไม่เคยพบปัญหาจากการส่งสินค้าผ่านไปรษณีย์ไทยครับ เพราะผมพยายามกรองตั้งแต่ผู้ซื้อแล้ว ว่า มีประวัติเคยโวยวายสินค้าแตกหัก ชำรุดไหม (บางคน ก็เป็นมิจฉาชีพนะครับ และ ผมก็โดนกับตัวมาด้วย) , ประวัติ ปณ. ปลายทางมักมีปัญหาการนำจ่ายไหม , ขั้นตอนการจัดส่งพยายามรัดกุมให้มากที่สุด ฯลฯ

 

ดังนั้น ไปรษณีย์ไทย เป็นแค่ตัวกลางในการรับและส่ง อีกทั้ง ปณท. ก็มีกฏระเบียบที่ป้องกันตัวเขาเอง จากความผิดพลาดในการขนส่งระดับหนึ่งแล้วนะครับ ผู้ซื้อ - ผู้ขาย เองก็ต้องป้องกันความผิดพลาด ในส่วนที่แต่ละฝ่ายจะพึงกระทำได้ ร่วมด้วยช่วยกันกับ ไปรษณีย์ไทยด้วยนะครับ

ไม่ใช่เอะอะ ก็ลงที่ ไปรษณีย์ไทย ทุกกรณี เพราะอันที่จริง สินค้าที่มูลค่าสูง / แตกหักง่าย ที่จำหน่ายออนไลน์ โดยผู้ประกอบการ "ไทย" มากมาย ก็ยินดีจัดส่งถึงบ้าน โดยไม่ผ่านไปรษณีย์ไทยนะครับ ซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการพวกนี้ก็จะช่วยให้สบายใจขึ้นได้ครับ

อีกทั้ง กฏระเบียบของ ปณท. ก็ประกาศชัดเจนว่า "ไม่รับฝากส่ง" สินค้าแตกหักง่ายนะครับ (แต่จะเนียนส่งก็ได้ เพราะ ปณท. เขาก็ไม่ผิด เพราะเขาไม่สามารถแกะกล่องตรวจสิ่งของได้ ถ้า จนท.รับฝาก เขาได้ยินเสียงสิ่งของกลิ้งไปมา แล้วถามว่า "สิ่งของอะไร" แล้วผู้ส่งโกหกว่า "เป็นสิ่งของที่ส่งได้ละกัน" ก็ .. โทษ ปณท. ไม่ได้นะครับ และ ถ้าคุณแพคของมาอย่างดี จนแน่นสนิท มันก็ปราศจากข้อสงสัยที่ จนท.รับฝาก เขาจะถามคุณนะครับว่า ส่งอะไร (เพราะถามมาก เดี๋ยวผู้ส่งก็โวยวายอีกว่า มาถามอะไรมาก จะส่งให้ หรือ ไม่ส่ง อ้าวซวยอีก) )

หากเมื่อพิจารณาจริง ๆ แล้ว จุดเริ่มต้นของปัญหาส่วนใหญ่ (ที่เมื่อมันเกิดขึ้น) จากกระบวนการของไปรษณีย์ไทย ในแง่การซื้อขายออนไลน์ .. มันมักจะมีจุดเริ่มจาก "ผู้ซื้อ" ครับ โดยมีผู้ขายเป็นส่วนผสมให้เกิดความผิดพลาด และ มีไปรษณีย์ไทยเป็นผู้ซ้ำให้ความผิดพลาดนั้นรุนแรงขึ้น


วันที่เผยแพร่ วันที่ปรับปรุง

รับบทความใหม่กด Like facebook : นายแทม ดอทคอม | คลิกเพื่อคุยกับนายแทม


บางครั้งเสียง มีเป้าหมายแค่ .. ขอให้เรามีตัวตน

ผมเป็นคนอ่อนไหวกับเรื่องนี้ ท่ามกลางผู้คนเป็นร้อยในตลาดนัด น้ำตาผมเอ่อ แทบจะไหลออกจากตา ผมเดินจากชายตาบอดมาได้สองสามก้าว แล้วโลกรอบตัวผมก็เหมือนหยุดไปชั่วขณะ ความคิดของผมอีกคน .. ก็ไหลพรั่งพรู »» อ่านต่อ ...

สิ่งที่ผมได้รับในวันนี้ มันจะเปลี่ยนความคิดผมไปตลอดชีวิต

อาจารย์นิ่งสงบสักพัก ยิ้มและหยิบถ้วยกาแฟที่วางบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะถามนักศึกษาชายคนนั้นว่า เธอคิดว่าถ้วยกาแฟนี้หนักไหม ? »» อ่านต่อ ...

การพูดนั้นสำคัญ แต่การฟังนั้นสำคัญกว่า

การพยายามพูดแต่สิ่งที่ดี แต่ไม่จริง หรือ จริงแต่ไม่หมด มันจะกลับมาทำร้ายเรา ในระยะแรกด้วยความอึดอัด และระยะสุดท้าย ในฐานะคำว่า "คนไม่จริงใจ" ได้ »» อ่านต่อ ...

มรสุมชีวิตที่พัดและยังไม่ผ่าน

ในช่วงเวลาที่พอมีหวังนั้น ผมออกแรงวิ่งไล่ตามแสงที่ริบหรี่นั้นเต็มที่ แต่ยังไม่ทันจะวิ่งไปให้ได้ถึงปลายทาง แสงนั้น .. ก็ดับหายไป »» อ่านต่อ ...

หลับตาเถิด เพราะความฝัน ต้องใช้หัวใจนำทาง

คลิปเล็ก ๆ ที่ผมพยายามหาต้นฉบับที่คมชัดกว่านี้ แต่หาไม่เจอครับ เรื่องราวทำได้ดี สื่อสารแบบง่าย ๆ แต่ทำเอาน้ำตาไหล ด้วยความอิ่มเอม โดยเฉพาะช่วงที่บอกว่า หลับตาสิ แล้วเธอจะมองเห็น »» อ่านต่อ ...

(ตอนที่ 2) เปิดร้านค้าออนไลน์ ที่ไหนดี (Free Thai E-commerce Shop) - Naitam.com

ตอนที่ 2 การกระจายข้อมูลสินค้าไปเว็บไซต์สำหรับขายสินค้าออนไลน์ ที่ออกแบบ SEO อย่างถูกต้อง จะช่วยส่งผลต่อ Traffic ของคุณในผลการค้นหาของ google เปิดร้านค้าออนไลน์ฟรี »» อ่านต่อ ...

มีหน้าร้านขายของ ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านออนไลน์เสมอไป .. นะ

เทรนด์ปัจจุบัน ธุรกิจที่มีหน้าร้านขายของ ต้องมีหน้าร้านออนไลน์ให้บริการลูกค้าด้วย แต่ว่าไม่มีความรู้นี่สิจะทำยังไง ผมมีแนวทางมาแนะนำให้ครับ »» อ่านต่อ ...

ทำไมถึงต้องสร้างเว็บไซต์ปลอม หรือ เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาให้อยากคลิกไปอ่าน มันได้อะไร ทำไปทำไม

เพราะมีแหล่งรายได้มหาศาลอยู่บนอินเทอร์เนต โดยไม่ต้องทำอะไรมาก แต่วิธีนี้มันก็เหมือนการขายอะไหล่รถมือสองบนโลกจริง แต่คุณได้อะไหล่มาขายโดยการโจรกรรมรถมาถอดอะไหล่ขาย ซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่สามารถรับได้บนโลกออนไลน์เช่นกัน »» อ่านต่อ ...

วิธีตรวจสอบ Line ปลอม

ช่วงนี้มิจฉาชีพทำ Line ปลอมเยอะ โดยปลอมเป็นคนที่คุณรู้จัก วิธีสร้าง Line ปลอมเป็นใครสักคนนั้นไม่ยาก และ การตรวจสอบว่า คนนั้นเป็นตัวปลอม ก็ไม่ยากเช่นกัน »» อ่านต่อ ...

ฮือฮาไปทั้งโซเชียล เมื่อเปิดตัวงาน Thailand Online Mega Sale 2016 หรือ Thailand ONLY

ถึงกับเรียกเสียงฮือฮากระหน่ำไปทั้งโลก Social ที่ผู้คนบนโลกโซเชียลต่างแชร์ไปยำกันกระหน่ำ และจนถึงตอนนี้ ล่วงเลยมาแล้ว 22 นาที (18.52 น.) ผมทำการ ping server ดูก็ได้ผลตามภาพครับ »» อ่านต่อ ...
 
นายแทม นายแทม ดอทคอม ™ 2007 - 2017
อนุญาตให้คัดลอกเนื้อหา ยกเว้นเพื่อการค้า

 นายแทม ดอทคอม |  นายแทม ดอทคอม
 นายแทม ดอทคอม |  @naitam

โดย ห้างหุ้นส่วนสามัญ นายแทม เว็บดีไซน์
ปณจ. 26 หางดง เชียงใหม่ 50230
052-081830