ก่อนอ่านเนื้อหาด้านล่าง ผมอยากให้คนที่มี, เคย หรือ แค่คิด อยากที่จะมีกิ๊ก ลองถามตัวเองดูว่าทำไมคุณถึงเลือกที่จะมีกิ๊กครับ?
คิดคำตอบไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว ลองอ่านเหตุผลของผมดูบ้างครับ
ผมคบกับแฟนมานานพอสมควร เป็นแฟนคนแรกและคนเดียวในชีวิตตั้งแต่ยังเรียนหนังสืออยู่จนปัจจุบันทำงานแล้ว ไม่เคยวอกแวก ไม่เคยนอกลู่นอกทาง
แต่อยู่ดีๆก็หวนอยากได้ความรู้สึกกุ๊กกิ๊กคืนมา
เป็นความรู้สึกตื่นเต้นที่เกิดเวลาเริ่มทำความรู้จักกับใครซักคน
เป็นความรู้สึกที่โลกเป็นสีชมพูเวลาโทรศัพท์เป็นชื่อเค้าโทรเข้ามา
เป็นความรู้สึกดีๆที่รู้ว่า พรุ่งนี้จะได้คุยกันอีก
เป็นความรู้สึกชอบ นั่งอมยิ้มเวลาคิดถึงหน้า หรือสิ่งที่เค้าทำ
ผมมองขาดว่า ความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นแค่ ช่วงครึ่งปีแรก(อย่างmaximumสุดๆ)ของคนที่เพิ่งเริ่มชอบเริ่มจีบกัน หลังจากรู้ตับไตไส้พุงกันหมดแล้ว ความตื่นเต้นแบบนี้จะหมดลง เพราะเริ่มชาชิน คู่ไหนที่ยังเสมอต้นเสมอปลายๆสุดๆ ก็พนันว่าไม่มีความรู้สึกแบบช่วงนี้อีก แต่จะเป็นอารมณ์ออดอ้อน จ๊ะจ๋า ตะเอง เค้าคิดถึง โทรหาหวานตลอด 24 ชม. ซึ่งมันก็ต่างกันอ้ะ มันคือความโรแมนติกมากกว่า แต่ความตื่นเต้นอยากค้นหามันหมดไปแล้ว เห็นภาพไม่ครับว่ามันต่างกันจริงจริ๊งงงง
ผมมองว่า period of love หลักๆของคนแบ่งได้สามช่วงคือ
ช่วงแรก all-in-pink period คือช่วงที่บอกไปด้านต้น ลิมิทหกเดือนเท่านั้น ทุกอย่างหวานหอมสีชมพูหมด กำลังศึกษากัน โปรโมชั่นลดแลกแจกแถมกันสุดๆ
ช่วงต่อมาเป็นช่วงรักษาความสัมพันธ์ สำหรับช่วงนี้ถ้าพวกแจกโปรโมชั่นเกินทุน ช่วงนี้ก็คือช่วงเอาคืน หลังหมดโปรก็หน้ามือเป็นหลังตีน แต่พวกเสมอต้นเสมอปลาย ช่วงนี้ก็ยังทำหน้าที่ได้ดีอยู่ แต่มันจะไม่หวานหอมเหมือนช่วงแรกแล้ว เพราะมันรู้จักกันเป็นอย่างดีแล้ว ส่วนพวกที่สม่ำเสมอ พฤติกรรมจะกลายเป็นอีกศัพท์นึงคือคำว่า "โรแมนติก" ซึ่งการทำอะไรกุ๊กกิ๊กติงต๊องน่ารัก ผมก็มองว่ามันคือโรแมนติกหมด (เห็นความต่างกับความกุ๊กกิ๊กที่ผมบอกตอนแรกไหมครับ) ผมเรียกช่วงนี้ว่า It's-time-to-face-the-truth period จะคบต่อหรือสะบั้นรักหนีไปมีกิ๊กอยู่ที่ช่วงนี้เป็นสำคัญ
ช่วงสุดท้าย คือช่วงที่ intimacy หายหมดเรียบ เหลือแต่ความผูกพันธ์ ใกล้ชิด รู้จักกันเป็นเพื่อนคู่คิด หลับตานึกได้ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้เธอต้องพูดว่าอย่างนี้ รับรู้อรรถชีวประวัติของแต่ละฝ่ายตั้งแต่เด็กยันปัจจุบันเกิน 80% (ในกรณีพวกช่างคุย และลดหลั่นในกรณีพวกพูดไม่เก่งหรือไม่มีอดีตดีๆให้เล่า) ช่วงนี้ถ้าเป็นภาษากรีฑาก็คือช่วงโค้งข้าวเหนียวบูด คือ อยู่กันด้วยใจอย่างเดียวเพียวๆ ถ้ามาถึงระยะนี้ได้และใจไม่นิ่งพอ โอกาสหนีไปมีกิ๊กจะมีสูง เพราะอยากหวนกลับมาได้ความรู้สึกเก่าๆ ให้ชีวิตมันชุ่มชื่นหัวใจบ้าง
เหมือนกับฉันกินอาหารจีนมาทั้งปี วันนี้ขอแว๊บไปชิมน้ำพริกบ้าง แต่ก็ไม่ได้อยากจะเปลี่ยนไปผูกปิ่นโตน้ำพริกนะ เพียงแต่บางทีได้ชิมอาหารรสใหม่ จากรสจำเจบ้างมันก็ดีเหมือนกัน
ยอมรับแบบยอมโดนด่าเลยว่าช่วงนี้ผมก็กำลังมีความรู้สึกแบบนี้อยู่ คือมันเป็นช่วงเบื่อหน่ายชีวิตการงานมาก ทุกอย่างคงที่นิ่งๆตลอดไม่หวือหวา ชีวิตรักก็ทรง ไม่ทรุด แต่ก็ไม่มากไปกว่านี้ กุ๊กกิ๊กน้อยลงจนถึงไม่มีเลย ตอนนี้รู้สึกดีๆกับเพื่อนร่วมงานอยู่ครับ เราก็คุยกันบ้าง แต่ไม่ค่อยได้เจอ ทั้งๆที่ก็พอรู้ว่าเค้าเป็น straight แต่เวลาเค้ามาทักก่อน เวลาได้คุยกันมันแฮปปี้ดี รู้สึกหัวใจมันชุ่มชื่นเหมือนกลับไปเป็นเด็กอายุ 15 อีกครั้ง (ก็ผ่านมายังไม่ถึงสิบปีนะ หุหุ) ซึ่งจริงๆผมไม่ได้จะจริงจังจนเลิกกับแฟนคนปัจจุบันครับ เพียงแต่ พอมีอะไรแบบนี้เข้ามาแล้วทำให้แต่ละวันมันไม่ผ่านไปอย่างเอื่อยเฉื่อย
ทำให้พอมาย้อนคิดดูก็แปลกใจเหมือนกันว่า เอ้อ นี่สินะคือความรู้สึกที่ทำให้มนุษย์ปุถุชนขี้เหม็นเค้ามีกิ๊กกัน มันคือความรู้สึกเหงาๆ เนือยๆในชีวิตคู่ปกติที่อยากหาน้ำจิ้มอะไรให้บ้าง ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองครับ พอมาแบบปัจจุบัน ก็แฮปปี้ดีครับพูดแบบหน้าด้าน แฟนก็คบอยู่แบบเค้าไม่รู้ เพราะผมไม่จริงจัง อย่างที่บอก เค้าคาดว่าจะเป็น straightซึ่งก็ไม่หวังอะไรครับ แค่มีอะไรนิดๆหน่อยให้ผ่านไปแต่ละวันนี่มันดีอย่างนี้จริงๆ
ใครรู้สึกแบบผมและรู้ตัวว่ายับยั้งชั่งใจไม่ให้ถลำลึกกลายเป็นความรัก แล้วต้องมาตั้งกระทู้ว่าจะบอกรักยังไงดีได้ละก็ ลองดูเป็นสีสันเล่นๆก็ดีนะครับ (จะโดนรุมยำป่าวหว่าไปแนะนำให้คนมีกิ๊ก - -')แต่ถ้าแฟนจับได้ก็ตัวใครตัวมันนะ ฮ่ะๆ แต่ส่วนตัวผมแล้วรู้สึกว่ามันดีจริงๆนะ มีแบบนี้สบายใจ แทบไม่ได้เรียกว่ากิ๊กด้วย แค่แบบเราเหมือนจะชอบใคร ก็ได้คุย ได้เจอ ได้อะไรกันบ้าง อีกฝ่ายก็ไม่รู้ ก็คบกันฉันท์เพื่อนปกติ ตัดก็ง่าย เพราะไม่ได้คิดจะสารภาพรักหรืออะไรครับ แต่นานๆทีก็จั๊กกะจี้หัวใจดีเหมือนกันนะครับ
ปล.อย่างที่บอก เป็นมุมมองของผมจริงๆ ความรู้สึกแท้ๆที่เพิ่งเข้าใจครับว่าทำไมผมถึงเลือกมีกิ๊ก ถ้าเกิดจะมาไล่ให้ผมกลับไปสร้างความกุ๊กกิ๊กกับแฟนล่ะก็ ขออีกกระทู้นึงละกันครับมีเรื่องให้บรรยายได้อีกหลายหน้าเลย แต่ขอละไว้ณ ตรงนี้ ว่า มันเข็นไม่ขึ้นแล้วครับ เราอยู่กันเป็นพี่ชายน้องชาย(ที่เทคแคร์ห่วงใยและรักกัน)ไปแล้ว
ปล.2 สรุปให้สำหรับคนไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ (แต่ลองอ่านดูอาจจะได้ไอเดียที่ผมแชร์ไปช่วยอะไรคุณได้บ้างนะ ^^) ผมยอมรับครับว่ามีกิ๊กก็คือนอกใจ ก็คือมีชู้ ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเลย แฟนคู่ไหนก็ไม่ชอบให้อีกฝ่ายมี แต่สิ่งที่ผมทำ ยังไม่ได้เรียกเต็มปากว่ากิ๊ก เพราะไม่ได้อยากให้อีกฝ่ายเล่นด้วยเท่าไหร่ แค่ตั้งทาร์เก็ทไว้แล้วมีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นแค่นั้นเอง แต่ไม่รู้จะบัญญัติว่าอะไรดี ฉะนั้น ถ้าโกรธหรือมองว่ามันผิดก็แชร์ได้ครับ แต่อย่าหยาบคายกันนะครับ ^^
ส่วนคนที่มีกิ๊กหรือเคยมีกิ๊กทั้งหลาย อ่านจบแล้ว ลองแชร์ของคุณดูบ้างสิครับว่าคุณคิดยังไง ทำไมถึงเคยมี คำตอบแรกที่เข้ามาตอนอ่านคำถามบนสุดคืออะไรครับ นี่คือเรื่องของผม ผมก็อยากรู้เรื่องของคุณบ้าง ลองแชร์กันดูครับ หุหุ
ที่มา http://www.palm-plaza.cc/CCforum/DCForumID3/14749.html?r=2