หน้าเว็บนายแทม | แลกลิงค์เว็บไซต์ | ติดต่อนายแทม | เกี่ยวกับนายแทม | ติดต่อโฆษณาราคาประหยัดเพียง 290 บาทต่อเดือน โทร. 085-528-8879
 
 
 

โปรแกรมท่องเว็บไซต์ที่เร็วสุด ๆ ใช้ง่าย ปลอดภัย โปรแรมท่องเว็บไซต์ที่มีความปลอดภัยสูง เร็ว และ โปรแกรมเสริมเยอะ โปรแกรมท่องเว็บไซต์สำหรับคนติด IE ใช้แทนได้ สวยกว่า เร็วกว่า ปลอดภัยกว่า โปรแกรมจากค่าย Apple เจ้าของ iPhone IE8/9 ถ้าเลี่ยงได้เลี่ยง .. แต่ถ้าเสพติด IE ก็ดาวโหลดได้ทันที เริ่มต้นใหม่หน้าแรกนายแทม ร้านนายแทมช่วยให้คุณหน้าใสเหมือนกันได้ ติดตามอัพเดททุกวันกับสรรสาระน่าอ่านของนายแทมครับ !! ติดตาม Twitter นายแทม นายแทม สรรสาระบทความคุณภาพ
 

  นายแทมสาระแนตัวเอง
  รูปนายแทมเล็กน้อย
  บริการจริงใจ-ใจดีจากนายแทม
  ณ เชียงใหม่
  ติดต่อนายแทม

ปััจจุบันผมใช้ชีวิตเรียบง่ายครับ ยึดมั่นปรัชญาเศรษฐกิจพอเก็บ อยู่กับบ้านหลังเล็กๆ ชานเมืองเชียงใหม่ มีลูกหมาลาบาร์ดอร์เล็ก ๆ 2 ตัวคอยเป็นกำลังใจ คือ น้องซุกซน กับ น้องวุ่นวาย

ผมมีอาชีพอิสระครับ บางครั้งก็ใส่สูทไปเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษบางหัวข้อ แต่บ่อยครั้งผมชอบลากแตะไปนั่งขายเสื้อยืดอยู่ตลาดนัด แต่อาชีพหลักจริงๆ ก็หากินบนอินเทอร์เน็ตนี่แหละครับ  งานอดิเรก คือ เขียนหนังสือครับ

10 ปีที่แล้ว ผมเคยผ่านชีวิตที่เลวร้ายมามากมาย ทั้งยาเสพติด หนี้สิน และการพนันบอล แต่ตะวันรุ่งอรุณไม่เคยหยุดฉายแสง เพื่อนำแสงสว่างกลับมาสู่คนที่หลงทางเดิน

วันนี้ ผมมีความสุขกับชีวิตและทุกสิ่งที่เป็นอยู่ บนความพอดีและดีงาม สิ่งที่อยากทำก่อนสิ้นลมหายใจ คือ การมีมูลนิธิที่ให้โอกาสแก่ผู้ที่เคยติดคุก เพื่อให้ยืนหยัดและเป็นคนดีของสังคมได้

เพราะความผิดพลาดเป็นเรื่องง่าย ที่มนุษย์ปุถุชนสามารถหลงหลงพลาดไป และผมก็อยากให้เป็นเรื่องง่ายของสังคมที่จะให้อภัยและให้โอกาสผู้คนที่เคยทำผิดพลาดไปนั้น

"ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขและให้อภัยในความผิดพลาดทุกสิ่ง คือ แสงตะวันที่สดใสที่จะจุดลงในหัวใจของผู้คนที่เคยทำผิดพลั้ง ให้มีกำลังใจที่จะกลับมาเดินอยู่ในทางที่ถูกต้องอีกครั้งได้อย่างมั่นคง และ จะแตกหน่อออกผล กลายเป็นละอองเปลวแสงตะวันที่ส่องสว่างต่อกันไป ไม่มีวันดับลง"

ผมมีชีวิตอยู่เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ที่เคยผิดพลาดในทุกเรื่องและขอยืนยันว่า ทุกชีวิต ทุกนาม บนโลกนี้มีทางออกให้กับปัญหาในชีวิตเสมอ เพียงแค่เรายอมรับและเริ่มต้นอภัยความผิดให้กับตัวเองก่อน .. พรุ่งนี้ไม่สายที่จะเริ่มต้นใหม่ครับ

ขอบคุณพระเยซูคริสต์ ผู้เป็นแสงตะวันให้กับชีวิตของผมเสมอมาครับ !!

 
   

สวัสดีครับ ผองเพื่อนนายแทมคลับ

ก่อนอื่นผมขอขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ ที่แวะเข้ามาเพื่อทำความรู้จักเว็บ นายแทม ดอท คอม [www.naitam.com] ไม่ว่าจะโดยตั้งใจ หรือ พลาดคลิกเข้ามา เพราะความสงสัยใคร่รู้ก็ตาม ผมก็ขอขอบคุณด้วยใจจริงมากมายครับ

คุณสามารถติดตาม Facebook ของนายแทม [คลิ๊กที่นี่เพื่อไปหน้า Facebook ของนายแทม] ไว้เพื่อพูดคุยกันในวันหลัง หรือ จะเพิ่มเติมเว็บไซต์เล็ก ๆ แต่มีความรักอันยิ่งใหญ่ไว้ใน Favorite บนบราวเซอร์ของคุณด้วยก็ยินดีมากก .. กก ครับ เอาหละครับ, ผมขอสาระแนตัวเองเท่าที่จำเป็นนะครับ เพราะเดี๋ยวคลิปลับจะรั่วไหล (อ้าว !!)


 

ณ ปัจจุบันนี้ [2555] นายแทมก็อายุ 36 ปีแล้วครับ รอยเหี่ยวย่นเริ่มเกิดขึ้นบ้างตามกาลเวลา ดูเด็กๆ สมัยนี้ เกิด พ.ศ. 253x  พอต้องควักบัตรประชาชนตัวเองออกมาเวลาไปหอสมุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่  อ๊ากกก ของผมมันเกิด พ.ศ. 2519 โน่น ตายห่านี่มันข้ามหลักกันเลยนะนั่น เด็กพวกนี้มันหยามกันชัดๆ

ที่ต้องบอกอย่างนี้ มันมีชนวน คือว่า เช้าตรู่วันหนึ่งผมต้องแบกเป้ เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ  เพื่อไปหาหนังสืออ่านเพิ่มเติมที่หอสมุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจก็เที่ยงกว่า ๆ จึงเดินไปหาข้าวกินในโรงอาหารกลางของมช. เมื่ออิ่มท้องแล้ว ก็จะเอาจานไปเก็บพร้อมกับหอบหนังสือและสำเนาที่ถ่ายเอกสารมาด้วย ระหว่างก้มหน้าเดินไปที่เก็บจานงุด ๆ มีเสียงเด็กๆ ตะโกนเรียกผม
'น้องๆ ชีทหล่น'   อุ๊บบส์ .. ผมหันกลับไป  สบตาน้องคนนั้น ยิ้มตอบ ปากก็ตะกุก ตะกัก ตอบไปว่า   'ขอบคุณครับ ... พี่'   เฮ้อ .. เหตุการณ์มันพาไปนะครับ อย่าถือสาผมเลยนะ

ผมเกิดที่เชียงใหม่ เกิดบนดอยสูง แล้วก็มาอยู่พื้นราบ เรียนจบ ม.6 ที่เชียงใหม่แล้ว ก็มีบุญญาวาสนากากบาทข้อสอบเอ็นท์ไปติดเข้ารั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะรัฐศาสตร์ ครับ
ชีวิตใหม่จึงต้องเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2537 วันเปิดเทอมปี 1 วันแรกก็สอนผมหลายๆ อย่างทันที เช่น ได้รู้จักกล่องข้าวใบใหญ่ที่นิสิตหญิงจุฬาฯ ชอบหิ้วที่เรียกว่า กระเป๋าหลุยส์ , รองเท้านิสิตชายที่ใส่แล้วเจ็บตีน (มา่ก) และเจ็บกระเป๋าตัง (มาก) ที่ชื่อ next คู่ละ 5,500 บาท , นาฬิกาปัญญาอ่อนสีใส ๆ ที่ชื่อ เบบี้จี ฯลฯ  

ผ่านไป 4 ปี ชีวิตก็ผ่านร้อนผ่านหนาว (แก่แดด) มากขึ้น และก็สำเร็จการศึกษาจากคณะหรูหราไฮโซแบบฉิวเฉียด พร้อมดีกรีบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นรุ่นสุดท้ายที่ในหลวงทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเสด็จพระราชทานปริญญาบัตรนะครับ

สมัครงานที่แรก เฮ้อ .. เด็กจุฬาฯ เหรอ ไม่มีเกี่ยงสถาบันเขาสอนมาดี
ผมรับงานแรกในชีวิตเป็นเด็กปั๊มน้ำมันคิวเอท (หรือ ปิโตรนาสในปัจจุบัน) ผมต้องเติมน้ำมัน , เช็ดกระจก , ล้างรถ , เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง , ล้างห้องน้ำ , แคชเชียร์ , จัดกะให้พนักงาน , ลงน้ำมัน สารพัดแรงงานจริง ๆ ผมทำอยู่ที่นี่ได้ 2 ปีกว่า ๆ ครับ

หลังจากนั้น ก็สมัครเข้าทำงานที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ ตอนนั้นกลายเป็นพนักงานออฟฟิศไปแล้ว ใส่ชุดทำงานเท่ห์ หรูหรา แล้วก็เปลี่ยนงานไปเรื่อยเปื่อยตามอารมณ์ติสแตก จนได้ขึ้นสูงไปถึงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บริหารสายงานทรัพยากรบุคคลของโรงงานอุตสาหรรมแห่งหนึ่ง
แต่เพราะวิถีชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่เอาเวลาที่เป็นสิ่งมีค่าไปจากชีวิตของผมไปหมดสิ้น ผมไม่มีวันหยุดเต็ม ๆ สักที วันที่ฤกษ์งามยามดี ผมจึงพอกันที ขอปิดประตูตายกับคำว่า 'ขายเวลาแลกเงินเดือน' ไม่เอาอีกแล้วครับ

ผ่านมาถึงวันนี้ ผมนึกขอบคุณพระเจ้าอยู่บ่อยๆ ที่ได้ให้ผมทำงานที่คิวเอท เพราะมันสอนให้ผมรู้ค่าความอดทน ความลำบากในชีวิต และเห็นคุณค่าเพื่อนร่วมโลก ที่มาจากบ้านนอกเหมือนผม ไม่เอาศักดิ์ศรีดีกรีปริญญาไปดูถูกพวกเขา ในขณะที่ก็ได้เรียนรู้วิถีชีวิตของพวกชนชั้นกลางที่เน้นระบบความคิดมากกว่าการใช้แรง ประสบการณ์เหล่านี้ มันช่วยตกผลึกทางความคิดให้ผมพยายามคิดให้เป็นระบบ แล้วก็ลงมือทำมันจริง ๆ ซึ่งมันก็ช่วยให้มีความสมดุลย์ระหว่าง
การเป็นนักคิดแบบคนทำงานออฟฟิศ (คิดกันอย่างเดียว) และ การเป็นนักทำ-นักสู้ชีวิตแบบคนใช้แรงงาน (ลงแต่แรง ไม่มีระเบียบเป้าหมาย)

หลังจากลาขาดชีวิตมนุษย์เงินเดือนแล้ว .. ชีวิตของผมก็เดินต่อไปเรื่อย ๆ ทำอะไรเรื่อยเปื่อยส่วนตัวหลายอย่างครับ ลองผิด ลองถูก ขายของแบกะดิน , ขายเสื้อผ้า , ขายเครื่องประดับ , ขายบัตรเครดิต , รับจ้างแจกใบปลิว , เปิดร้านขายของ ได้มั่ง เจ๊งมั่ง แต่ .. ได้รสชาติชีวิตดีมากครับ  
ห้องเรียนที่คณะรัฐศาสตร์สอนผมแบบนี้ไม่ได้ และ ออฟฟิศของมนุษย์เงินเดือนก็ไม่สามารถฝึกอบรมเรื่องเหล่านี้ให้ผมได้เช่นกัน

ในช่วงเวลาเหล่านั้น เมื่อชีวิตขาขึ้น
ผมเคยหัวเราะดังสุด ๆ มีเงินเยอะล้นมือมาก มีเพื่อนมาก เที่ยวมาก และ ชีวิตขาลงแบบระห่ำ ต่ำติดดิน ก็เคยนั่งร้องไห้อยู่ริมถนนจนลูกตาแทบหลุดกลิ้งออกมา เพื่อนที่เราเคยช่วย แต่พอยามทุกข์ยากของเรา แค่ข้าวซักมื้อ มันหายหัวหมดเลยครับ  ประสบการณ์ชีวิตเหล่านั้นสอนผมให้ทำทุกอย่างเท่าที่จะมีแรงทำได้ เพื่อจะประคองชีวิตให้รอดในวันที่ผมไร้ซึ่งเงินเดือน .. ยกเว้น กินหญ้า ยังไม่เคย และ ไม่อยากให้ใครสอนเท่าไหร่ครับ ฮ่า ๆๆ

 
 

 

  เก็บตะวัน ที่เคยส่องฟ้า
เก็บเอามา ใส่ไว้ในใจ
เก็บพลัง เก็บแรงแห่งแสง ยิ่งใหญ่
รวมกันไว้ ให้เป็น 1 เดียว
เก็บเอากาล เวลาผ่านเลย
สิ่งที่เคย
ผิดหวังช่างมัน
1 ตัวตน 1 คนชีวิต แสนสั้น
เจ็บแค่นั้น ก็คงไม่ตาย

ธรรมดาเวลาฟ้าครึ้ม เมฆหม่น
พายุฝน อยู่บนฟากฟ้า
คงไม่นานตะวัน สาดแสงแรงกล้า
ส่งให้ฟ้า งดงาม
หากตะวัน ยังเคียงคู่ฟ้า
จะมัวมา สิ้นหวังทำไม
เมื่อยังมีพรุ่งนี้ ให้เดินเริ่มใหม่
มั่นคงไว้ ดังเช่นตะวัน

ธรรมดาเวลาฟ้าครึ้ม เมฆหม่น
พายุฝน อยู่บนฟากฟ้า
คงไม่นานตะวัน สาดแสงแรงกล้า
ส่งให้ฟ้า งดงาม
หากตะวัน ยังเคียงคู่ฟ้า
จะมัวมา สิ้นหวังทำไม
เมื่อยังมีพรุ่งนี้ ให้เดินเริ่มใหม่
มั่นคงไว้ ดังเช่นตะวัน
 

 

ตอนนี้ผมอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเล็ก ๆ แถวชานเมืองของเชียงใหม่ครับ จัดออฟฟิศเล็ก ๆ ของตัวเอง แล้วก็ยึดอาชีพหลัก คือ การทำเว็บ ทำเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต เสพสุขกับมัน ด้วยความรัก ความชอบ เพราะเชื่อมั่นว่าพอเลี้ยงตัวเองได้ (บ้าง)

ผมก็ทำมันอยู่เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ .. มีหลายเว็บ หลายแนวแล้วครับ บางเว็บก็จดชื่อโดเมนไว้เฉย ๆ ทันทีที่นึกออกว่า ชื่อนี้เจ๋งดี ก็จดเอาไว้ก่อน ปาเข้าไปกว่า 10 เว็บที่ยังไม่ได้ทำครับ

ชีวิตของผมชอบคิด แล้วก็จะขีด ๆ เขียน ๆ  มันออกมา ไดอารี่กองเต็มตู้ ก็เขียนมันไปเรื่อยเปื่อย และมีโอกาสลงตีพิมพ์หลายครั้ง บางบทความก็ได้รับการลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์,นิตยสาร 

หลายครั้งก็รับเป็นอาจารย์พิเศษบรรยายหัวข้อเฉพาะด้านตามสถาบันการศึกษาต่าง ๆ แต่เพลา ๆ ลงแล้วครับ เพราะเหนื่อย ก็เลยชอบแฮ่นมอเตอร์ไซต์ (รถยนต์เก็บไว้บ้าน น้ำมันแพงมากก) ไปนั่งขายของตามกาดนัด ถนนคนเดิน นั่งดูคน(จะ)ซื้อแล้วก็เพลินหู เพลินตาดีออกครับ แม้ว่าวันนั้นผมจะขายไม่ได้เลยสักบาท ก็มีความสุขใจในสิ่งที่ตัวเองทำครับ ฮ่า ๆๆ

 
 


  ฉันต่อเรือ ด้วยหัวใจ เตรียมพร้อม เดินทางไป
ท่องทะเลดูสักที
คลื่นลม นั้นรุนแรง รู้ดี แต่เสียงหัวใจที่มี
บอกฉันให้ลองออกไป เผชิญกับมัน

หาก อยากเห็นพื้นแผ่นดินสดใส
แต่ไม่ยอมลอยเรือข้ามไป ปล่อยเรือไว้อย่างนั้น
แล้ว อีกเมื่อไรจะถึงฝั่งฝัน
ต้องขอไปตามใจซักวัน ออกตามฝันซักที

ในบางครั้ง มันต้องเสี่ยง แม้รู้ ว่ามีเพียง
เศษเสี้ยวที่จะสมหวัง
แต่หาก เสียงหัวใจร้องดัง เกิดมามีเพียงหนึ่งครั้ง
ลองใช้ครั้งหนึ่งกับฝัน ให้มันได้รู้

หาก อยากเห็นพื้นแผ่นดินสดใส
แต่ไม่ยอมลอยเรือข้ามไป ปล่อยเรือไว้อย่างนั้น
แล้ว อีกเมื่อไรจะถึงฝั่งฝัน
ต้องขอไปตามใจซักวัน
ออกตามฝันซักที

มีใครเคยบอกไว้ ว่า
อย่า อยู่ อย่าง อยาก
เลือกแล้ว ต้องลองให้รู้
แม้คลื่นลมจะแรง จะขอนั่งเรือไปสู่
ตรงโน้น ให้รู้ ไป

หาก อยากเห็นพื้นแผ่นดินสดใส
แต่ไม่ยอมลอยเรือข้ามไป ปล่อยเรือไว้อย่างนั้น
แล้ว อีกเมื่อไรจะถึงฝั่งฝัน
ต้องขอไปตามใจซักวัน ออกตามฝันซักที

หาก อยากเห็นพื้นแผ่นดินสดใส
แต่ไม่ยอมลอยเรือข้ามไป ปล่อยเรือไว้อย่างนั้น
แล้ว อีกเมื่อไรจะถึงฝั่งฝัน
ต้องขอไปตามใจซักวัน ออกตามฝันซักที
 

 

ณ ปัจจุบัน [2555] โสดสนิท สนิมกิน ปลวกขึ้น มอดกิน จนจะหมดแล้วครับ ฮ่า ๆ คนที่พอดีกับเรานี่มันหายาก หรือ จริง ๆ มันอาจไม่มีเลยก็เป็นไปได้ มีคนถามว่า ผมเป็นเกย์เหรอ ? ก็ตอบตรง ๆ ว่า ใช่ครับ .. แล้วไง ก็แค่ผู้ชายรักกัน ก็เท่านั้น มีอะไรประหลาดเหรอ ?

ผมเคยมีความรักที่งดงามอยู่ครั้งเดียว และก็เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แม้จะผ่านมานานก็ไม่เคยลืม และก็อยากมีอีกสักครั้งจริง ๆ แต่ก็อย่างที่บอก คนที่พอดีและดีพอสำหรับผมนั้นหายาก และ ก็ยิ่งยากที่ผมจะเป็นคนที่ดีพอและพอดีสำหรับเขาด้วยเหมือนกัน

ในขณะที่อายุก็ล่วงเลยมาถึงตอนนี้แล้ว [36 แล้ววครับ].. หมดหวังครับ ฟู่ (เสียงเป่าเทียนให้ดับบบ..บบ) ฮ่า ๆ  อีกอย่าง ผมมันเป็นคนหัวโบราณในเรื่องความรักด้วย แบบโรแมนติกอินเลิฟ ติสแตกได้ทั้งวัน คนที่ดีพอก็มักจะไม่พอดี (เฉยชา) ส่วนคนที่พอดี มันก็มักจะไม่ดีพอ (มันกะล่อน เจ้าชู้ หาจีบไปเรื่อย ๆ)

กับคนรักเก่าผม ผมก็ยังคงรักเขาเสมอในฐานะเพื่อน หรือ พี่น้องที่ห่วงใยและยังอยากรู้ความเป็นไปเป็นระยะ ก็เลิกกันแล้ว ใช่ว่า .. ต้องเกลียดกัน (เพื่ออะไร?) จริงไหมครับ อย่างไร ผมก็ยังหวังว่า สักวันหนึ่งผมคงจะเจอ ใครคนนั้นที่พอดีในคำว่า "เรา" ครับ

 
 

 

  คนที่เคยบอกกันยืนยันว่ารัก
คนที่
เคยผูกพันกันมามากมาย
บ้างก็เดินเข้ามาและจากฉันไป
อย่าง
ไม่เคยจะมีเยื่อใยอะไรต่อกัน

ไม่มีสักคนที่เขาจะคอยห่วงใย
ที่เขาจะพอเข้าใจในคนอย่างฉัน

เคยทุ่มเทเท่าไรก็ยัง
มีหวัง
เคยเจ็บมาเท่าไรไม่เคยคิดจำ
คอยก็คอยแต
่คนที่ใจงดงาม
อยากจะรักและรักคนนั้นให้นานกว่าใคร

อาจมีสักคนที่เขาจะคอยห่วงใย
ที่เขาจะพอ
เข้าใจในคนอย่างฉัน

คงมีใครคนนึงที่อยู่ที่ไหนสักแห่ง
ที่จะยอมรับทุกอย่าง เข้าใจชีวิตที่ฉันเป็น
ก็คงมีใครคนนึงท
ี่ยอมเป็นทุกๆ อย่าง
ที่อยู่เคียงข้างไม่ห่าง
ก็ได้แต่หวัง
คงไม่นานสักวัน

อาจมีสักคนที่เขาจะคอยห่วงใย
ที่เขาจะพอเข้าใจในคนอย่างฉัน

คงมีใครคนนึงที่
อยู่ที่ไหนสักแห่ง
ที่จะยอมรับทุกอย่างเข้าใจชีวิตที่ฉันเป็น
ก็คงมีใครคนนึงที่
ยอมเป็นทุกๆ อย่าง
ที่อยู่เคียงข้างไม่ห่าง
ก็ได้แต่หวังคงไม่นานสักวันคงเจอ

ก็คงมีใครคนนึงที่ยอมเป็นทุกๆ อย่าง
ที่อยู่เคียงข้างไม่ห่าง
ก็ได้แต่หวังคงไม่นานสักวันคงเจอ
 

 

ผมเป็น คาทอลิก (นิกายหลักของคริสต์ศาสนา) ชาวคาทอลิก เรียกตัวเองว่า คริสตัง แต่ผมนิยมเรียกตัวเองว่าเป็น คริสตชน (ส่วนนิกายโปรแตสแตนท์ จะเรียกตัวเองว่า คริสเตียน และไม่คุ้นกับคำว่า "คริสตชน" และคิดกันไปเองว่า คริสตชน คือ คริสเตียน และเหมารวมว่าผู้นับถือคริสต์ทุกคน เรียกว่า "คริสเตียน" ซึ่งเป็นบริืบทที่ผิดในประเทศไทยนะครับ)

ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างสูงว่า ผมได้รับการเจิมจากพระจิตเจ้าโดยตรง
ด้วยการเสด็จมาของพระองค์เอง ตั้งแต่เรียน ป.4 เมื่อขณะที่ผมนั่งมองไม้กางเขนที่แขวนไว้กลางวัด แล้วจู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เกิดความสว่างไสว สวยงาม ชั่วครู่ก็กลับมาเป็นปกติ แล้วในจิตใจผมก็เข้าใจได้เองว่า บุคคลที่แขวนตัวเองอยู่บนไม้กางเขน คือ พระผู้นำทางชีวิตของผม ขออภัยไม่ได้ยกตัวเอง แต่ผมเชื่อพระเจ้าด้วยพระคุณของพระเจ้าจริง ๆ ครับ  ผมรักพระเยซูเจ้านะครับ แต่ผมไม่ค่อยทำดีสมกับที่พระองค์ทรงรักผมสักเท่าไหร่เลยจริงๆ

 
 

 

  พระเยซูเป็นที่รักของข้า
พระเยซู ข้าจะไม่ละพระองค์

พระองค์นำข้า
จากโคลนตมผงคลี
วางชีวิตข้าไว้บนศิลา
ข้าจึงได้รู้ว่า ..

พระเยซู เป็นที่รักของข้า
พระเยซู ข้าจะไม่ละพระองค์

รักพระองค์ มีพระองค์
แม้โลกนี้จะสูญสิ้นไป ข้ามีพระองค์

พระผู้ช่วย และทรงเป็นเพื่อน
ข้าจะสรรเสริญพระองค์
ตลอดชีวิตนิรันดร์

พระเยซูเป็นที่รักของข้า
พระเยซู ข้าจะไม่ละพระองค์

พระองค์นำข้า
จากโคลนตมผงคลี
วางชีวิตข้าไว้บนศิลา
ข้าจึงได้รู้ว่า ..

พระเยซู เป็นที่รักของข้า
พระเยซู ข้าจะไม่ละพระองค์

รักพระองค์ มีพระองค์
แม้โลกนี้จะสูญสิ้นไป ข้ามีพระองค์

พระผู้ช่วย และทรงเป็นเพื่อน
ข้าจะสรรเสริญพระองค์
ตลอดชีวิตนิรันดร์

 

 

เวลาชีวิตที่เหลืออยู่ของผมไม่มาก กับ เนื้องอกในโพรงกระดูกไขสันหลัง , ภาวะไทรอยด์เป็นพิษและ ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง [ตรวจพบโรคทั้งหมดเมื่อปี พ.ศ. 2553] ทำให้ผมตระหนักถึงสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของมนุษย์เรา นั่นคือ 'เ้วลา'  

หากเมื่อใดที่เวลาของเราสิ้นสุดลง นั่นคือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราจะไ้ด้ลงมือทำก็สิ้นสุดลงด้วย  ด้วยเงื่อนไขของเวลา ผมจึงมักบอกรักกับผู้คนที่ผมรักอยู่บ่อย ๆ และพยายามทำทุกสิ่งคืนกลับให้กับคนที่รักและดีกับผม  เพื่อที่ผมจะได้ไม่เสียใจว่า ทำไมถึงไม่ได้ทำมัน เมื่อวันสุดท้ายของผมมาถึงและต้องนอนพะงาบ ๆ หมดเรี่ยวแรงจะทำสิ่งใด ๆ ต่อไปอีก

ผมพยายามใช้เวลาที่เหลืออยู่เพื่อเตือนสติผู้คนให้
ตระหนักถึงวันเวลาอันแสนสั้นบนโลกนี้  ใช้เวลาบนโลกนี้ให้พอดี ทำงานหาเงินแต่พอดี พักผ่อนอย่างพอดี มีเพื่อนที่ดี ยึดมั่นในศาสนาที่ตัวเองนับถืออย่างมีสติ และ หมั่นทำความดี โดยมุ่งเน้นที่การให้และเสียสละอย่างไม่มีเงื่อนไข

หากเมื่อผมจากโลกนี้ไป ขอให้มีผู้คนระลึกถึงผมบ้าง .. ผมก็ถือว่า
ผมพอใจกับชีวิตที่ได้ใช้มาแล้วหละครับ

 
 

 

  เหมือนชีวิตได้ผ่านเลยวัยแห่งความฝัน
วันที่ผ่านมาไร้จุดหมาย
ฉันเรียนรู้เพื่ออยู่เพียงตัวและจิตใจ
เป็นมิตรแท้ที่ดีต่อกัน

เหมือนชีวิตผันผ่านคืนวันอันเปลี่ยวเหงา
ตัวเป็นของเราใจของใคร
มีชีวิตเพื่อสู้คืนวันอันโหดร้าย
คืนที่ตัวกับใจไม่ตรงกัน

คืนนั้นคืนไหน ใจแพ้ตัว
คืนและวันอันน่ากลัวตัวแพ้ใจ
ท่ามกลางแสงสีศิวิไลซ์
อาจหลงทางไปไม่ยากเย็น

คืนนั้นคืนไหน ใจเพ้อฝัน
คืนและวันฝันไปไกลลิบโลก
ดั่งนกน้อยลิ่วล่องลอยแรงลมโบก
พออับโชคตกลงกลางทะเลใจ

ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย
ใจในร่างกายกลับไม่เจอ
ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข

คืนนั้นคืนไหน ใจแพ้ตัว
คืนและวันอันน่ากลัวตัวแพ้ใจ
ท่ามกลางแสงสีศิวิไลซ์
อาจหลงทางไปไม่ยากเย็น

คืนนั้นคืนไหน ใจเพ้อฝัน
คืนและวันฝันไปไกลลิบโลก
ดั่งนกน้อยลิ่วล่องลอยแรงลมโบก
พออับโชคตกลงกลางทะเลใจ

ทุกชีวิตดิ้นรนค้นหาแต่จุดหมาย
ใจในร่างกายกลับไม่เจอ
ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข

ทุกข์ที่เกิดซ้ำ เพราะใจนำพร่ำเพ้อ
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข
 
 

  เพลงประจำตัวของผมฟังได้ไม่มีเบื่อ คลิ๊กที่ชื่อเพลงฟังได้เลย
- ฤดูที่เปลี่ยนแปลง
- เก็บตะวัน
- เวลาในขวดแก้ว
- กำลังใจ
- ก้อนหินก้อนนั้น
- ฟ้าเปลี่ยนสี
รู้จักผมมากพอแล้วหรือยังครับ ? ถ้ายัง ทำไงเหรอครับ ก็ติดตามผมได้ที่ Facebook นะครับ หรือ msn มาคุยกันได้ที่ naitambox.chiangmai@gmail.com ครับ

หน้าแรกนายแทม
ชีวิตที่ตกผลึก
ศรัทธาในความรัก
ทำมาหากิน
นิยมสังคม
สุขภาพกาย
ศรัทธาในพระคริสต์

พาแอ่วในเมือง
พาแอ่วนอกเมือง
พากินลำ ๆ
ข่าวสารการท่องเที่ยว

คลิปวีดีโอ
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ไอทีและของเล่นไฮเทค 
เก็บตกจากอีเมล์
เว็บไซต์เจ๋ง 

เครื่องมือออกแบบเว็บไซต์
สอนเขียนภาษา HTML
สอนเขียนภาษา CSS
สอนเขียนภาษา PHP
สอนเขียนภาษา Jscript
สอนเขียนภาษา mySQL
สอนเทคนิคออกแบบกราฟฟิค
สอนเทคนิคโปรโมทเว็บไซต์
สอนการแฮกลับ-ลวง-โลก

eBay-ขายของออนไลน์
Adsense-ขายโฆษณาออนไลน์
Affiliate-ตัวแทนขายสินค้า
PPC-คลิ๊กลิงค์แลกเงิน
PPL-แจกไฟล์แลกเงิน
PPV-อ่านเนื้อหาแลกเงิน
PPS-เครือข่ายสร้างเงิน
รวมเว็บไซต์หาเงินออนไลน
รวมเทคนิคขยายเครือข่าย
ความรู้การใช้เครื่องมือหาเงิน

ฟรีธีมมือถือ
ฟรีโปรแกรมมือถือ
ฟรีภาพหน้าจอมือถือ
ฟรีภาพหน้าจอ PC
ฟรีโปรแกรม PC
ฟรีรูปกราฟฟิค
ฟรีสคริปต์ออกแบบเว็บไซต์
ฟรีฟอนต์งานกราฟฟิค
ฟรี e-Book คัดสรร
รวมเว็บไซต์แจกของฟรี

speedtest
[363/235]
 

นายแทมกำลังปรับปรุงเว็บไซต์ครับ !!
คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ตามปกติครับ

คลิ๊กที่นี่เพื่อปิด

 

 

 

 

 

หน้าเว็บนายแทม | แลกลิงค์เว็บไซต์ | ติดต่อนายแทม | เกี่ยวกับนายแทม | ติดต่อโฆษณาราคาประหยัดเพียง 290 บาทต่อเดือน โทร. 085-528-8879 ดูนายแทมไฮไลท์  เวลา 0.009935 วินาที.

Warning: mysql_free_result(): supplied argument is not a valid MySQL result resource in /home/naitam/domains/naitam.com/public_html/naitam-theme/foot.php on line 273