|
ก่อนอื่นขอขอบคุณที่คุณได้ทำความรู้จักเว็บนายแทมดอทคอม ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือพลาดคลิกมาเพราะความสงสัยใคร่รู้ ผมก็ขอขอบคุณด้วยใจจริง และโปรดเก็บเว็บไซต์เล็ก ๆ แต่มีความรักอันยิ่งใหญ่ไว้ใน Favorite ของคุณด้วยนะครับ และผมขอสาระแนตัวเองเท่าที่จำเป็นนะครับ เพราะเดี๋ยวคลิปลับจะรั่วไหล (อ้าว ..!!!)
มาจากไหน ผ่านอะไรมาบ้าง
ตอนนี้ ปีนี้ (2553) นายแทมก็อายุ 34 ปีแล้วครับ รอยเหี่ยวย่นเริ่มเกิดขึ้นบ้างตามกาลเวลา ดูเด็กๆ สมัยนี้ เกิด พ.ศ. 253x พอต้องควักบัตรประชาชนตัวเองออกมาเวลาไปหอสมุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ๊ากกก ของผมมันเกิดพ.ศ. 2519 โน่น .. ตายห่านี่มันข้ามหลักกันเลยนะนั่น เด็กพวกนี้มันหยามกันชัดๆ ชิส์สส 55+ ที่บอกอย่างนี้ มันมีชนวน คือว่า เช้าตรู่วันหนึ่งผมต้องแบกเป้ เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ เพื่อไปหาหนังสืออ่านเพิ่มเติมที่หอสมุด มช. แต่เช้า หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจก็เที่ยงกว่า ๆ จึงเดินไปหาข้าวกินใน มช. (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) อิ่มท้องแล้ว ก็จะเอาจานไปเก็บพร้อมกับหอบหนังสือและที่ถ่ายเอกสารมาด้วย มีเสียงเด็กๆ ตะโกนเรียกผม 'น้องๆ ชีทหล่น' ผมหันกลับไป สบตาน้องคนนั้น ยิ้มตอบ ปากก็ตะกุก ตะกัก ตอบไปว่า 'ขอบคุณครับ ..... พี่' เฮ้อ เหตุการณ์มันพาไปนะครับ อิอิ
ผมเกิดที่เชียงใหม่ เกิดบนดอยสูง แล้วก็มาอยู่พื้นราบ เรียนจบ ม.6 ที่เชียงใหม่แล้ว ก็มีบุญยาวาสนากากบาทข้อสอบเอ็นท์ไปติดเข้ารั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะรัฐศาสตร์ ชีวิตที่ กทม. วันแรกสอนผมหลายๆ อย่าง เช่น ได้รู้จักกล่องข้าวใบใหญ่ที่นิสิตหญิงชอบหิ้วที่เรียกว่า กระเป๋าหลุยส์ , รองเท้าผู้ชายที่ใส่แล้วเจ็บตีนและเจ็บกระเป๋าตัง ที่ชื่อ next , นาฬิกาปัญญาอ่อนสีใส ๆ เบบี้จี ฯลฯ หลังจากนั้นชีวิตก็หมุนผ่านคณะหรูหราไฮโซแบบฉิวเฉียด พร้อมดีกรีบัณฑิตจุฬา ฯ
สมัครงานที่แรก เฮ้อ .. เด็กจุฬาฯ เหรอ รับเป็นเด็กปั๊มน้ำมันคิวเอท (หรือปิโตรนาสในปัจจุบัน) อิอิ ก็ไปสมัครตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้จัดการสถานีบริการนี่หว่า ทำอยู่ 2 ปีกว่า ๆ ผ่านมาวันนี้นึกขอบคุณเหมือนกันที่ได้ทำงานที่คิวเอท เพราะมันสอนให้ผมรู้ค่าความอดทน ความลำบากในชีวิต และเห็นคุณค่าเพื่อนร่วมโลก ที่มาจากบ้านนอกเหมือนผม ไม่เอาศักดิ์ศรีดีกรีปริญญาไปดูถูกพวกเขา
ผมออกจากที่นั่น ก็เข้าไปทำงานที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ ตอนนั้นกลายเป็นพนักงานออฟฟิศไปแล้ว ใส่ชุดเท่ห์ หรูหรา แล้วชีวิตก็หมุนผ่านไปเรื่อย ๆ จนปัจจุบันก็ย้ายมาอยู่เชียงใหม่ ทำอะไรเรื่อยเปื่อยส่วนตัว ได้มั่ง เจ๊งมั่ง แต่..รสชาติชีวิตดี หัวเราะก็ดังสุดๆ หรือนั่งร้องไห้จนลูกตาแทบหลุด ก็เคยมาละ .. ยกเว้น กินหญ้า ยังไม่เคย และไม่อยากให้ใครสอนเท่าไหร่ 555+
แล้วตอนนี้ทำอะไร
ตอนนี้ก็ปักหลักอยู่เชียงใหม่แล้ว หลังจากระหกระเหินไปอยู่กรุงเทพฯ ได้ 10 ปีพอดี ตอนนี้ก็ยึดอาชีพการทำเว็บ ทำเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต เสพสุขกับมัน ด้วยความรัก ความชอบ เพราะเชื่อมั่นว่าพอเลี้ยงตัวเองได้ (บ้าง) ก็ทำมันอยู่เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ .. มีหลายเว็บ หลายเรื่องแล้ว บางอันจดโดเมนไว้เฉย ๆ ยังไม่ได้ทำก็มีนะ ชีวิตชอบคิด ขีดๆเขียนๆ ก็เลยเขียนไปเรื่อยเปื่อยจนมีบลอคของตัวเอง และแฟนคลับหนาแน่นพอควร อิอิ ตอนนี้กำลังจะเขียนหนังสือสัก 2 หัวเรื่อง ไม่รู้สำนักพิมพ์จะเอาไปทำขายหรือเปล่า
ความรัก
ก็หวังเสมอว่าจะได้เจอคนที่ผมรักและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันให้นานเท่านาน เท่าที่เวลาจะมีให้ อิอิ ไม่ใช่ว่าผมไม่มีแฟนนะ ผมมีแฟนแล้ว น่ารัก เอาใจเก่ง อ่อนโยน อดทน จิตใจดี ครอบครัวเค้าก็น่ารัก สรุปแล้วเขาไม่ใช่คนเพอร์เฟค หน้าตาดี ร่ำรวยเงินทอง แต่ใจความก็คือว่า "ผมเป็นคนที่โชคดีบนโลกนี้ที่ เขาเลือกจะรักผม และ เขาก็เป็นที่หนึ่งในใจผมด้วย" .. โอ้ ..จบได้ซึ้งนะ My Win :)
ศรัทธา
ผมเป็นคาทอลิก (นิกายหนึ่งของคริสต์) ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างสูงว่าผมได้รับการเจิมโดยพระจิตเจ้า ขออภัยไม่ได้ยกตัวเอง แต่ผมเชื่อพระเจ้าด้วยพระคุณของพระเจ้า ตั้งแต่อยู่ ป.4 โดยลำพัง เมื่อขณะที่ผมนั่งมองไม้กางเขนในโบสถ์ แล้วจู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เกิดความสว่างไสว สวยงาม ชั่วครู่ก็กลับมาเป็นปกติ แล้วในใจผมก็เข้าใจได้ว่า ใครที่อยู่บนไม้กางเขน คือ พระเจ้าของผม ตั้งแต่นั้น จนถึงวันนี้ .. ผมรักพระเยซูนะครับ แต่ผมไม่ค่อยทำดีสักเท่าไหร่เลยอ่ะ
ปลายทางหละ
ชีวิตคนเราเอาอะไรแน่นอน เมื่อวานยังยิ้มให้กัน วันนี้ด่ากันหน้าตาเฉย อ้าว .. !! จริงนะ ความรักคนเราตอนนี้มันหดหายไป จนน่าจะเรียกไอ้คำนั้นว่า ความเห็นแก่ตัว มากกว่า .. ปลายทางเลยไม่รู้ตอบไม่ได้ รู้แต่ว่า คิดล่วงหน้าเป็นระยะ แต่ไม่วิตกจริต แต่พวกไม่เข้าใจผมจะคิดว่า ผมวิตกจริต และชอบทำให้ผมนั่งอมยิ้มกับชีวิตที่ไม่มีแผนการของพวกมัน ไม่ว่าเรื่องงาน , เรื่องครอบครัว มันมีปัญหาตลอด .. ให้ตายเถอะ แล้วก็พาลมาด่าคนอื่นเนี่ย งี่เง่าเนาะ
เพลงประจำตัวที่ฟังได้ไม่มีเบื่อ
รู้จักผมในอีกแง่มุมที่บลอคแรกในชีวิต : http://xmailone.exteen.com
|